สายบัว

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea lotus Lnn.var.Pubesens Hook. f.&Th.

ชื่อวงศ์ : NYMPHAEA CEAE

ชื่อท้องถิ่น : บัวกินสาย บัวขม บัวขี้แพะ จงกลนี บัวจงกลนี สัตตบรรณ สัตตบุษย์ปริก ป้าน ป้านแดง บัวแดง

ลักษณะ: เป็นพืชน้ำสายพันธุดั้งเดิมของไทย มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ราก ฝังในโคลนเลนก้านอยู่ใต้น้ำ ออกได้เป็นสายใย ผิวเกลี้ยงไม่มีนนาม ใบกลม แผ่นกว้าง เส้นผ่าศูนย์กลาง 25-30 ซม. ขอบใบหยักแหลม ฐานใบเปิด แผ่นใบอ่อนวางบนผิวน้ำ ด้านบนสีเขียวเหลือบน้ำตาลอ่อนไม่มีนวล ด้านล่างเขียวอ่อน ใบแก่สีเขียวมีขนใต้ใบเล็กน้อย ก้านใบสีน้าตาลอมเขียวอ่อนค่อนข้างเปราะ ข้างในเป็นรูอากาศ ดอก ดอกรูปใบหอกยาว เรียวปลายแหลม สัดส่วนสวยงาม ด้านนอกของกลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน ส่วนด้านใน มีโคนสีขาวปลายสีชมพู กลีบดอกสีชมพู กลีบยาวปลายมนซ้อนไม่มาก ทรง ดอกแผ่ครึ่ง วงกลมเกสรตัวเมียก้านสีเหลือง เกสรตัวผู้เป็นแท่งแบนยาว เหมือนนิ้วมือ เรียวเล็ก อับละอองเกสรตัวผู้สีเหลืองนํ้าตาล ล้อมเกสรตัวเมียเป็นชั้นๆ ออกดอกพร้อมกันและทยอยออกตามกัน อายุที่ดอกบานราว 3-4 วัน เป็นบัวที่ ดอกบานในเวลากลางคืนและหุบในเวลากลางวัน ผล เป็นฝักเล็ก เมล็ดเล็ก สีดำอยู่ในเนื้อหุ้ม มีลักษณะเป็นวุ้นใส

สายบัว

สายบัว

สรรพคุณ : ช่วยลดอาการเกร็งของลำไล้และกระเพาะ ลดความ เครียดทางสมอง บรรเทาอาการท้องผูก ขับปัสสาวะ ดับพิษร้อนในกาย
วิธีใช้ในการประกอบอาหาร :ใช้ก้านดอก โดยนำมาลอกผิวที่หุ้มสาย ออกนำมากินเป็นผักสด หรือนำมาผัด แกง ต้มกะทิสายบัว
คุณค่าทางอาหาร : สายบัวประกอบด้วย เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี1 ไนอะซีน
เมนูแนะนำ : ต้มกะทิสายบัว

เครื่องปรุง
สายบัวหั่นเป็นท่อน    2    ถ้วย
ปลาทูนึ่ง    1    ตัว
น้ำกะทิ    1    ถ้วยตวง
เกลือป่น    1    ช้อนชา
น้ำตาลทราย    1    ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขาม    2    ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา    1    ช้อนโต๊ะ
หอมแดงซอย    3    หัว
กะปิ    1    ช้อนโต๊ะ
พริกไทยเม็ด    10-15    เม็ด

วิธีทำ
1.    เริ่มจากการนำเม็ดพริกไทยที่เตรียมไว้มาโขลกให้ละเอียดพร้อม กับหอมแดงซอยและกะปิ เมื่อโขลกจนละเอียดได้ที่แล้วตักใส่ถ้วยพักไว้
2.    นำสายบัวมาลอกเปลือกหั่นเป็นท่อน ไม่ยาวหรือสั้น แล้วนำไปแช่ในน้ำเกลือเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สายบัวดำ
3.    ตั้งหม้อในไฟปานกลาง นำส่วนผสมที่โขลกพักไว้มาลงหม้อ คั่วให้หอมแล้วจึงเติมนํ้ากะทิ เคี่ยวส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
4.    ใส่สายบัวที่หั่นเตรียมไว้ลงไป จากนั้นนำปลาทูนึ่งมาแกะออก ให้เหลือแต่เนื้อแล้วใส่ลงไป หมั่นคนกะทิ ระวังอย่าให้แตกมันก่อนเติมนํ้า เปล่าลงไป
5.    ปรุงรสด้วยเกลือ นํ้าตาลทราย น้ำมะขาม น้ำปลา ชิมรสให้ออก รสเค็ม และหวาน ต้มต่อจนสายบัวสุกนุ่ม คนให้ทั่ว จึงปิดไฟ ตักใส่ถ้วย กินกับ ข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็อร่อยแล้ว

Poke:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>