ว่านหางจระเข้ แก้ท้องลายหลังคลอด

ปัญหาท้องลาย ของคุณแม่หลังคลอด มักจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ คุณสุภาพสตรีที่รักสวยรักงามบางคนลงทุนไปหาหมอศัลยกรรม ทำท้องลายให้หายเป็นปกติทั้งผ่าตัด ทั้งดึงถึงจะหายลาย บางรายก็หนักกว่าเดิม แทนที่ท้องลาย ก็กลายเป็นแผลเป็นเพิ่มขึ้นมาเสียอีกเคล็ดลับภูมิปัญญาไทย บันทึกไว้ว่า ปัญหาท้องลายหลังคลอด สามารถป้องกันและรักษาได้ด้วยว่านหางจระเข้ เคล็ดลับมี อยู่ว่า คุณสุภาพสตรีที่ตั้งครรภ์ ให้ใช้ว่านหางจระเข้ที่ปอกเปลือกออก แล้วทาให้ทั่ว ผิวท้องและด้านข้าง ทาตั้งแต่อุ้มท้องเลย จนกระทั่งคลอดลูกแล้ว ก็ให้ใช้ว่านหางจระเข้ทาต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ตัวยาที่อยู่ในเนื้อว่านจะช่วยให้การยืดหยุ่นของผิวหนัง บริเวณท้องเป็นไปตามธรรมชาติ ขยายตัวและคืนตัวได้ดี เนื้อท้องยุบหลังคลอด จะไม่เป็นรอยย่นท้องก็จะไม่ลายแถมยังช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกลี้ยงเกลา นุ่มเนียนอีกด้วย ตำร้บนี้มีการใช้ได้ผลมานานแล้ว เป็นสูตรสำเร็จที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง เป็นการดูแลผิวท้องที่ลงทุนตํ่าที่สุด และได้ผลดีอีกด้วย คุณแม่ท่านใดกลัวท้องลายก็อย่าลืมหาว่านหางจระเข้มาใช้ทันทีว่านหางจระเข้

คนสมัยใหม่ในยุคปัจจุบันมักจะลืมสรรพคุณของยาสมุนไพรบ้านเรา เพราะอะไรน่ะหรือ ? เพราะสื่อต่าง ๆ มักจะออกมาโฆษณาสินค้า ความสวยความงามของตนเองเสียส่วนใหญ่ และสรรพคุณใช้แล้วได้ผลในช่วงสั้น ๆ แต่ได้ผลเร็วทำให้สุภาพสตรีหันมาใช้ยาแผนปัจจุบัน ซึ่งใช้แล้วมักมีผลข้างเคียง และเสียเงินในการลงทุนมากมายมหาศาล ยาบางตัวมีใช้แล้วไม่ได้ผล แต่โฆษณาเกินจริง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ว่านหางจระเข้เป็นพืชอวบน้ำลำต้นสั้นหรือไม่มีลำต้นสูง 60–100 ซม. (24–39 นิ้ว) กระจายพันธุ์โดยตะเกียง ใบหนาอ้วนมีสีเขียวถึงเทา-เขียว บางสายพันธุ์มีจุดสีขาวบนและล่างของโคนใบขอบใบเป็นหยักและมีฟันเล็กๆสีขาว ออกดอกในฤดูร้อนบนช่อเชิงลด สูงได้ถึง 90 ซม (35 นิ้ว) ดอกเป็นดอกห้อย วงกลีบดอกสีเหลืองรูปหลอด ยาว 2–3 ซม. (0.8–1.2 นิ้ว)ว่านหางจระเข้ก็เหมือนพืชชนิดอื่นในสกุลที่สร้างอาร์บัสคูลาร์ไมคอร์ไรซา (arbuscular mycorrhiza) ขึ้น ซึ่งเป็นสมชีพที่ทำให้พืชดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุในดินได้ดีขึ้น

ข้อมูลวิทยาศาลสตร์ของว่างหางจระเข้

ชื่อพ้องของว่านหางจระเข้ก็มี: A. barbadensis Mill., Aloe indica Royle, Aloe perfoliata L. var. vera และ A. vulgaris Lam., และชื่อสามัญอื่นก็มี Chinese Aloe, Indian Aloe, true Aloe, Barbados Aloe, burn Aloe และ first aid plant ส่วนอื่นสามัญอื่นในประเทศไทยก็มี ว่านไฟไหม้ (เหนือ) และ หางตะเข้ (กลาง,ตราด)ชื่อสปีชีส์ vera หมายความว่า “ถูกต้อง” หรือ “แท้จริง” ในหนังสือบางเล่มจะระบุบรูปแบบที่เป็นจุดสีขาวของว่านหางจระเข้เป็น Aloe vera var. chinensis อย่างไรก็ตาม ว่านหางจระเข้มีลักษณะของจุดที่ใบหลากหลาย และมีการเสนอว่ารูปแบบจุดของว่านหางจระเข้อาจทำให้มันเป็นชนิดเดียวกันกับ A. massawana

ประโยชน์และสรรพคุณของว่านหางจระเข้

วุ้นในใบว่านหางจระเข้มีสารเคมีอยู่หลายชนิด เช่น Aloe-cmidin, Aloesin, Aloin, สารประเภท glycoprotein และอื่นๆ ยางที่อยู่ในว่านหางจระเข้มีสาร anthraquinone ทีมีฤทธิ์ขับถ่ายด้วย ใช้ทำเป็นยาดำ มีการศึกษาวิจัยรายงานว่า วุ้นหรือน้ำเมือกของว่านหางจระเข้รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลเรื้อรัง และแผลในกระเพาะอาหารได้ดี เพราะวุ้นใบมีสรรพคุณรักษาแผลต่อต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยสมานแผลได้ด้วย

ว่านหางจระเข้ จัดว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์มาก อยู่ในกลุ่มตะบองเพชรเขตร้อน ส่วนประโยชน์ของเจ้าว่านห่างจระเข้จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย!

๑. แก้ปวดศีรษะ นำว่านหางจระเข้ตัดให้เป็นแว่นบางๆ เอาปูนแดงทาที่วุ้น แล้วปิดที่ขมับ จะทำให้เย็นหายปวด

๒. แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้ น้ำเมือกจากว่านหางจระเข้รักษา แผลไฟลวก ขนาดรุนแรงที่สุด โดยทาน้ำเมือกที่แผลให้เปียกอยู่เสมอ แผลจะหายรวดเร็วมาก อาการปวดแผลหรือการเกิดแผลเป็นจะมีน้อยมากหรือไม่มีเลย

๓. ผิวไหม้เพราะถูกแดดเผา ใช้วุ้นหางจระข้ทาบ่อยๆ ช่วยลด อาการปวดแสบปวดร้อน ผิวตึง และลดจำนวนผิวที่ลอก

๔. แผลจากของมีคมและแผลอื่นๆ ทำความสะอาดแผลเสียก่อน แล้วเอาวุ้นปิดลงที่แผลให้สนิท เอาผ้าปิดไว้ แล้วหยอดน้ำเมือกลงไปให้ผ้าตรงบริเวณที่แผลเปียกอยู่เสมอ ช่วยให้แผลหายเร็ว และลดรอยแผลเป็น

๕. กระเพาะลำไส้อักเสบ รับประทานวุ้นหางจระเข้ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ วันละหลายๆ ครั้ง ใช้ได้ผลในรายที่ลำไส้ใหญ่อักเสบ หรืออวัยวะอื่น ในทางเดินอาหารเกิดการอักเสบ

๖. บำรุงผมและหนังศีรษะ ใช้ วุ้นว่านหางจระเข้ ชโลมผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง รุ่งเช้าจึงใช้น้ำล้างออก ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม หวีง่ายขึ้น และรักษาแผลบนหนังศีรษะ ( ก่อนใช้ควรทดลองก่อนว่า แพ้ว่าน หรือไม่ และควรใช้แต่น้อยดูก่อน ที่สำคัญอย่าให้ยางถูกผมเพระายางจะ กัดหนังหัว)

๗. ป้องกันการติดเชื้อ ใช้วุ้นหางจระเข้ ทาแผลรักษาแผลติดเชื้อได้ ทำให้แผลดีขึ้น ภายใน ๑๒ ชั่วโมง

๘. ผื่นคันที่เกิดจากการแพ้สารต่างๆ เนื่องจากวุ้นหางจระข้จะมีฤทธิ์ระงับปวด จึงช่วยลดอาการคันด้วย และยังช่วยให้ผื่นคันหายเร็ว

๙. ขี้เรือนกวาง และ ผื่นปวดแสบปวดร้อน ใช้วุ้นหางจระเข้ กินวันละ ๑-๒ ครั้งๆ ละ ๑-๒ ช้อนโต๊ะ และทาควบคู่กันไป ว่านหางจระเข้ เป็นยาฝาดสมาน อาจทำให้ผิวแห้งได้ จึงควรผสมน้ำมันทาผิว หรือ น้ำมันอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย

๑๐. ลบรอยแผลเป็น ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทา เช้า-เย็น จะลดรอย แผลเป็น

๑๑. ลบท้องลายหลังคลอด ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาผิวท้อง ขณะตั้ง ครรภ์ แม้หลังคลอดแล้วก็ควรใช้ทาต่อเพื่อช่วยให้ผิวหน้าท้องกลับคืนสู่ สภาพปกติ คนที่เคยใช้ยืนยันว่าได้ผลดี

๑๒. เส้นเลือดดำขอดที่ขา ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ทาที่บริเวณเส้นเลือด ดำขอด และมีบางคนใช้ได้ผลดีมาก

ลำต้นว่านหางจระเข้

๑๓. มะเร็งที่ผิวหนัง ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ ทาวันละ ๒-๔ ครั้ง เป็นเวลาหลายเดือน

๑๔. แผลครูดและแผลถลอก ใช้วุ้นว่านหางจระเข้ทาเบาๆ ให้ทั่วใน ๒๔ ชั่วโมงแรก ทาบ่อยๆ แผลจะไม่ค่อยเจ็บและหายเร็วมาก

๑๕. โรคปวดตามข้อ รับประทานวุ้นว่านหางจระเข้ เป็นประจำจะหาย ปวดได้

การเพาะปลูกว่างหางจระเข้

ว่านหางจระเข้ปลูกง่าย โดยการใช้หน่ออ่อน ปลูกได้ดีในบริเวณทะเลที่เป็นดินทราย และมีปุ๋ยอุดมสมบูรณ์ดี จะปลูกเอาไว้ในกระถางก็ได้ ในแปลงปลูกก็ได้ ปลูกห่างกันสัก 1-2 ศอก เป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก แต่ต้องมีการระบายน้ำดีพอ มิฉะนั้นจะทำให้รากเน่าและตาย ว่านหางจระเข้ชอบแดดรำไร ถ้าถูกแดดจัดใบจะเป็นสีน้ำตาลแดง

Poke:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>