กะเพราเป็นต้น

กะเพรา

กะเพรา

กะเพรา

กะเพรา

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum Tenuiflorum Linn.

ชื่อวงศ์ : (O. sanctum Linn.) LAMIACEAE

ชื่อท้องถิ่น : กอมก้อ กอมก้อคง กะเพราขาว กะเพราแดง

ลักษณะ : กะเพราในประเทศไทยมี 3 พันธุ์ คือกะเพราแดง กะเพราขาวและ กะเพราลูกผสม ระหว่างกะเพราแดงและกะเพราขาว กะเพราเป็น ไม้ล้มลุก ลำต้นและใบมีขนอ่อน ใบมีกลิ่นหอมฉุนดอกออก รวมเป็นช่อและ กิ่งก้าน กะเพราแดงจะมีสีเขียวแกมม่วงแดง

สรรพคุณ : แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียดและปวดท้อง ใช้แต่งกลิ่นแต่งรสได้ โดยใช้ใบและยอดกะเพรา 1 กำมือ (ถ้าใบสดหนัก 25 กรัม แห้งหนัก 4 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม เหมาะสำหรับเด็กท้องอืด จำนวนยา และวิธีใช้แบบเดียวกันนี้ใช้แก้อาการ คลื่นไล้อาเจียน ที่เกิดจากธาตุไม่ปกติ

วิธีใช้ในการประกอบอาหาร : กะเพราใช้ยอดอ่อน ใบอ่อนเป็น ส่วนประกอบในอาหารหลายชนิด เช่น แกงป่า แกงเผ็ด ผัด ต้มยำ และที่ขึ้นชื่อลือชาคือ ผัดกะเพรา ที่กลายเป็นอาหารจานด่วนยอดนิยมตลอดกาลของคนไทยหรือจะนำมาทอดกรอบเป็นเครื่องเทศที่ช่วยดับกลิ่นคาวในอาหารก็ได้

คุณค่าทางอาหาร : กะเพรามีสารอาหารครบถ้วน มีเบต้าแคโรทีน สูงมาก มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุวิตามินอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายชนิด

เมนูแนะนำ : ปลากรายกะเพรากรอบ

เครื่องปรุง

ใบกะเพรา    5-6    กิ่ง (ล้างน้ำให้สะอาด เด็ดเป็นใบๆ แล้วผึ่งให้สะเด็ดนํ้า)
ปลากรายขูดเอาแต่เนื้อ    1 /2    กิโลกรัม
พริกขี้หนูสด    20    เม็ด
กระเทียม        5-6 กลีบ
รากผักชี    2    ราก
น้ำปลา    3    ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย    1    ช้อนชา
ซีอิ๊วดำ    1          ช้อนชา
ซอสหอยนางรม    1    ช้อนชา
ซีอิ๊วปรุงรส    1    ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันพืช    2    ถ้วย

วิธีทำ

  1. นำปลากรายมานวดให้เหนียวแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดพอคำจากนั้นกดให้แบนเล็กน้อย นำไปทอดในน้ำมันจนสุกเหลืองกรอบแล้ว พักไว้
  2. โขลกรากผักชี กระเทียม พริกขี้หนูสดพอบุบๆ ให้เป็นน้ำพริก
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช พอนํ้ามันร้อนจัด ใส่กะเพรา ทอดให้กรอบ ตักขึ้นพักไว้
  4. ผัดนํ้าพริกที่เตรียมไว้พอเหลือง ใส่ซีอิ๊วปรุงรส น้ำปลา น้าตาล-ทราย ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำ ปรุงรสตามชอบ แล้วใส่ปลากรายทอดกรอบ ผัดให้ เข้ากัน ยกลง ตักใส่จาน โรยกะเพรากรอบลงไป เป็นอันเสร็จ

กะเพรา

Poke:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>