กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa L.

ชื่อวงศ์ : Malvaceae

ชื่อพื้นเมือง : ภาคเหนือเรียก ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง เงี้ยว จังหวัด แม่ฮ่องสอน เรียก ล้มปู จังหวัดตาก เรียก ส้มตะแลงเครง ภาคกลางเรียก กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว ทั่วไปเรียก กระเจี๊ยบแดง

ลักษณะ : กระเจี๊ยบแดง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 3-6 ศอกลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ใบมีหลายแบบด้วยกัน ขอบใบเรียบ บางที ก็มีรอยหยักเว้า 3 หยัก สีของดอกเป็นสีชมพูตรงกลางดอกมีสีเข้มมากกว่าขอบนอกของกลีบ กลีบดอกร่วงโรยไปกลีบรอง ดอกและกลีบเลี้ยงก็จะเจริญเติบโตขึ้นอีกเกิดเป็นสีม่วงแดงเข้มหุ้มเมล็ด เอาไว้ภายใน

สรรพคุณ : ใบ มีรสเปรี้ยว ช่วยแก้ไอ กัดเสมหะ ขับเมือกมัน ในลำไล้ลงส่ทวารหนัก

กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับนํ้าและเติม นํ้าตาล ทำเป็นนํ้ากระเจี๊ยบดื่มแก้ร้อนในกระหายนํ้าทำให้ชุ่มคอและช่วย ป้องกันการจับของไขมันในเล้นเลือดได้ ลดความดันเลือด ลดความหนืด ของเลือด ป้องกันต่อมลูกหมากโต แก้อาการขัดเบา นอกจากนี้ ดอกกระเจี๊ยบ ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากในปริมาณใกล้เคียงกับบลูฒอรรี เชอรํรื และแครนเบอรํรืจึงช่วยป้องกันมะเร็ง ชะลอความแก,และช่วยให้เล้นเลือด อ่อนนิ่มอีกด้วย

เมล็ด : ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ แก้ดีพิการ แก้อ่อน เพลีย เป็นยาระบาย เป็นยาฆ่าพยาธิตัวจี๊ด

วิธีใช้ในการประกอบอาหาร : ใช้ลูกอ่อนซึ่งมีรสจืดนำมาต้มกิน กับ’นาพ’ริก ส่วนยอดอ่อนใช้ใส่แกงล้ม (ใช้แทนล้มมะขาม) หรือต้มกินกับ นํ้าพ่ริก กลีบดอกแก,ใช้ต้มทำ,นากระเจี๊ยบและยังนำมาทำขนมกระเจี๊ยบ

คุณค่าทางอาหาร:วิตามินเอบี1บี2และวิตาามินซีสูงไนอะซีน แคลเซียม และธาตุเหล็ก

เมนูแนะนำ : ยำดอกกระเจี๊ยบ
เครื่องปรุง
กลีบดอกกระเจี๊ยบ        2 ถ้วยตวง
กุ้งสด    1/2    ถ้วยตวง
หอมใหญ่ซอย    1/2    ถ้วยตวง
กระเทียมซอย    1    ช้อนโต๊ะ
พริกเหลืองหั่นขวาง    1    ช้อนโต๊ะ
นํ้าปลา    2    ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย    1    ช้อนโต๊ะ
ผักชีซอย    1    ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว    1    ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ใส่กุ้ง (ปอกเปลือกลวกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ) นํ้าปลา นํ้ามะนาว หอมใหญ่ ซอยกระเทียมซอย พริกเหสือง กลีบดอกกระเจี๊ยบ (ซอยละเอียด) ลวก พอสุก
  2. คลุกให้เข้ากัน จัดใส่จานโรยด้วยผักชี

การปลูก
กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชไวแสงที่สามารถปลูกได้ทั่วไป ชอบอากาศร้อนหรือค่อนข้างร้อน ทนต่อความแห้งแล้ง และไม่ ชอบน้ำขัง ใช้วิธีปลูกในแปลงปลูก โดยหยอดเมล็ดตามแถวที่ไถไว้ หยอดหลุมละประมาณ 4-5 เมล็ด ระยะห่าง ระหว่างต้นประมาณ 70 เซนติเมตร แล้วกลบดินเล็กน้อย เมื่อกระเจี๊ยบแดงเป็นต้นอ่อนอาจถอนทิ้งหลุมละ 2-3 ต้นเพื่อให้ไม่แน่นมากนัก ควรให้น้ำสม่ำเสมอในช่วง 1-2 เดือนแรก หลังจากนั้นจะปล่อยตามธรรมชาตินอกจากนี้ อาจปลูกในพื้นที่แปลงข้าวโพด เมื่อปลูกข้าวโพดแล้วประมาณ 1 เดือน โดยนำเมล็ดกระเจี๊ยบแดงผสมลงไปกับปุ๋ยข้าวโพด แล้วนำใส่เครื่องหยอดพ่วงกับรถไพเดินตาม หยอดตามช่องว่างระหว่างแถวข้าวโพด ต้นกระเจี๊ยบแดงจะเจริญเติบโตระหว่างแถวข้าวโพด เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดแล้วกระเจี๊ยบแดงอยู่ในช่วงออกดอกพอดี
พันธุ์ที่ใช้ : พันธุ์ซูดานหรือพันธุ์เกษตร เนื้อหนา มีสีแดงเข้มจนถึงม่วงลักษณะกลีบเลี้ยงค่อนข้างหนา เนื้อบาง มีสีแดงสด
ลักษณะกลีบเลี้ยงค่อนข้างบาง
การเก็บเกี่ยว : ควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่คือ ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวใช้เวลา 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่ง

ซึ่งการเก็บเกี่ยวกระเจี๊ยบแดงสามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

  1. เก็บเกี่ยวเฉพาะดอกกระเจี๊ยบแดง ใช้กรรไกรหรือมีดตัดเฉพาะดอกกระเจี๊ยบที่แก่พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว
  2. เก็บเกี่ยวทั้งต้นกระเจี๊ยบ เกษตรใช้เคียวเกี่ยวกิ่งที่มีดอกกระเจี๊ยบบริเวณโคนกิ่ง

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว

ดอกกระเจี๊ยบที่เก็บเกี่ยวได้นำมากระทุ้งให้กลีบดอกและกระเปาะเมล็ดหลุดออกจากกันโดยใช้เหล็กกระทุ้ง และนำ กลีบดอกที่กระทุ้งได้มาตากในภาชนะที่สะอาด ไม่มีฝุ่น ตากแดดประมาณ 5-6 วัน หรืออบให้แห้งสนิท จึงทยอยเก็บ ส่วนกระเปาะเมล็ดให้แยกตาม เมื่อแห้งสนิทให้ร่อนเมล็ดออก นำไปจำหน่ายได้เช่นกัน
สารสำคัญ
กลีบรองดอกมีสารสีแดงจำพวก anthocyanin จึงทำให้มีสีม่วงแดง เช่นสาร cyanidin, delphinidin
และมีกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น ascorbic acid, citric acid, malic acid และ tartaric acid กรด
เหล่านี้ทำให้กระเจี๊ยบมีรสเปรี้ยว และยังพบมีวิตามินเอ Pectin และแร่ธาตุอื่น ๆ ได้แก่ แคลเซียมในปริมาณสูง ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม เป็นต้น ใบและยอดอ่อนมีวิตามินเอ แคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณสูง
ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
การศึกษาในสัตว์ทดลองหรือหลอดทดลอง พบว่า สารสกัดหรือสารสำคัญของกระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์หลายประการ ดังนี้

  1. ฤทธิ์ลดความดันโลหิต ชาชงหรือสารสกัดด้วยน้ำของกระเจี๊ยบแดงแสดงฤทธิ์ลดความดันโลหิตในหนูขาวได้ กลไกการออกฤทธิ์ส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ angiotensin converting enzyme
  2. ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด เมื่อให้กระต่ายที่กินไขมันสูง กินสารสกัดกระเจี๊ยบ 0.5 % หรือ 1 % นาน 10สัปดาห์ พบว่าทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์โคเลสเตอรอล และแอลดีแอล-โคเลสเตอรอลลดลงและความรุนแรงของการอุดตันของหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
  3. ฤทธิ์ต้านการเกิดพิษต่อตับ มีงานวิจัยในสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดด้วยน้ำหรือสารสำคัญกลุ่มanthocyanins และสาร protocatechuic acid ของกระเจี๊ยบสามารถลดความเป็นพิษต่อตับของสารพิษได้หลายชนิด
  4. ฤทธิ์ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร สารสกัดด้วยน้ำ และส่วนสกัด mucilage มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหารของหนูขาว เมื่อถูกกระตุ้นให้เกิดแผลด้วยยาอินโดเมธาซิน, กรด/เอธานอล หรือความเครียดโดยการรักษาปริมาณเมือกที่เคลือบผนังกระเพาะอาหารไว้

ประสิทธิผลในการรักษาจากรายงานการวิจัยทางคลินิก ดังนี้

 

  1. ฤทธิ์ลดความดันโลหิต การวิจัยทางคลินิกของชาชงกระเจี๊ยบแดงในผู้ป่วย ความดันโลหิตสูงปานกลาง 54 คน เทียบระหว่างกลุ่มที่ได้ชาชง กระเจี๊ยบ (31 คน) กับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ชาชง (23 คน) พบว่าในวันที่ 12 หลังได้รับชาชง ค่าความดันโลหิตเมื่อ หัวใจบีบตัวและเมื่อหัวใจคลายตัว ลดลง 11.2% และ 10.7% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับวันแรก ซึ่งแตกต่างจากลุ่ม ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ และ 3 วันหลังจากหยุดดื่มชาชงค่าความดันโลหิตทั้งสองค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
  2.  ฤทธิ์ขับปัสสาวะ เมื่อให้ผู้ป่วย 50 ราย ดื่มผงกระเจี๊ยบ 3 กรัม ชงน้ำเดือด 1 ถ้วยแก้ว (300 ซีซี) วันละ 3 ครั้ง นาน 7 วันถึง 1 ปี พบว่า ได้ผลดีในการขับปัสสาวะ
  3. การศึกษาในผู้ป่วยโรคทางเดินปัสสาวะเมื่อให้ผู้ป่วยโรคนิ่วหรือโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ เนื้องอกของต่อมลูกหมากหลังการผ่าตัด ใช้น้ำดอกกระเจี๊ยบ 3กรัม มาชงกับน้ำเดือด 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 1 ปี พบว่า 80 % ของผู้ป่วยมีปัสสาวะใสกว่าเดิม และพบว่าทำให้ปัสสาวะเป็นกรดจึงช่วยฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะด้วย

ข้อห้ามใช้ : ไม่มีข้อมูล
ข้อควรระวัง : กระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในผู้ป่วยบางราย เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย
ขนาดที่ใช้และวิธีใช้ : ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบา โดยนำกลีบเลี้ยงตากแห้งบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำ 1ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาจะหายไป

Poke:

3 thoughts on “กระเจี๊ยบแดง

  1. John

    Admin – could you use help with your website? Through our site you can find Outsourced Workers starting at $1/hour. They speak English, work flexible hours, and pride themselves on doing a quality job. There are Article Writers, Web Designers, Virtual Assistants, Email Response Handling, SEO Workers, & more. If interested we invite you to check out http://www.thaidrawing.com . Thanks :)

    Reply
    1. admin Post author

      ใช่ฉันมีคุณสามารถ กดชอบได้ทันทีที่ สมุนไพร ใน Facebook

      Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>